ข้าวเหนียวทุเรียน

ขนมไทยข้าวเหนียวทุเรียน ขนมไทยโบราณ



ข้าวเหนียวทุเรียน

ขนมไทยข้าวเหนียวทุเรียน ขนมไทยโบราณ

     ขนมไทยข้าวเหนียวทุเรียน ขนมไทยโบราณอย่างข้าวเหนียวทุเรียน ขนมหวานจากข้าวเหนียวแล้วก็ทุเรียน การทำข้าวเหนียวทุเรียนง่าย ๆ ทำรับประทานเองได้ เคล็ดวิธีทำข้าวเหนียวทุเรียนที่ไม่ยากจนเกินไปและข้าวเหนียวมูนที่หอม หวาน มัน อร่อย ข้าวเหนียวทุเรียนเป็นของหวาน ขนมไทยโบราณประจำหน้าร้อน เพราะทุเรียนมีเฉพาะหน้าร้อนปีนึงได้รับประทานแค่หนเดียว ส่วนประกอบแล้วก็แนวทางการทำเข้าใจง่ายเหมาะสำหรับคนที่ชอบทานและชอบทำ จะมีวิธีทำที่ง่ายขนาดไหนมาเริ่มกันเลยค่ะ

ส่วนประกอบสำหรับการทำข้าวเหนียวทุเรียน

  1. ทุเรียน 1 ลูก
  2. หัวกะทิ 1.5 ลิตร
  3. น้ำตาลปีบ 5 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  5. ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล

ขั้นตอนการทำ ขนมไทยข้าวเหนียวทุเรียน

     แกะทุเรียนแล้วบี้หรือหั่นให้เป็นฝอย ๆ ทุเรียนที่ใช้จะต้องไม่แก่จนเกินไป และไม่ห่ามจนเกินไป หลังจากนั้นพักไว้ก่อน หลังจากนั้นเริ่มตั้งหม้อใส่หัวกะทิ ต้มหัวกะทิกับ น้ำตาลให้พอละลายหลังจากนั้นก็ใส่เกลือที่เตรียมไว้ลงไป คนให้ส่วนประกอบทั้งหมดเข้ากันดี ปรุงรสชาติตามที่ชอบหลังจากนั้นใส่ทุเรียนที่เราเตรียมเอาไว้ตอนแรกลงไปเป็นอันเสร็จ

     พักเอาไว้แล้วมาทำข้าวเหนียวมูนกันต่อ ส่วนผสมทุกอย่างที่ใช้ไม่ต้องเป๊ะตามสูตรก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับรสชาติที่ชอบของคนทำด้วย ถ้าเนื้อทุเรียนมีความหวานมากเราก็ลดการใส่น้ำตาลลงหน่อย หากเนื้อทุเรียนไม่หวานเราก็อาจจะเพิ่มน้ำตาลลงไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบค่ะ ไม่มีผิดไม่ถูก สูตรตามใจเรา

      การทำข้าวเหนียวมูน ให้ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงู เพราะข้าวเหนียวเขี้ยวงูเม็ดสวยขึ้นเงา ในการทำข้าวเหนียวมูนข้าวเหนียวจะเรียงเม็ดสวยและไม่เละ นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำไว้ก่อน แช่ไว้ข้ามคืนยิ่งดี จะทำให้ข้าวเหนียวนิ่มขึ้นเม็ดสวย นึ่งข้าวเหนียว ให้พอเพียงสุก กึ่งสุกกึ่งดิบพักเอาไว้ แล้วมาทำน้ำมูนกันต่อ นำน้ำกะทิ น้ำตาล เกลือใส่ผสมเข้าด้วยกัน ผสมให้ละลายเข้ากันดีกันแล้วต่อจากนั้นนำข้าวเหนียวนึ่งออกมาใส่หม้อที่จะใช้สำหรับมูนใส่กะทิร้อนๆลงไป ผสมไม่ต้องกวนแรง แล้วพักไว้ให้เย็น ข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิเข้าไปง่าย ๆ แค่นี้เราก็ได้ข้าวเหนียวมูนที่หอมหวานมันแถมเรียงเม็ดสวยอีกด้วย

เคล็ดลับวิธีการทำข้าวเหนียวทุเรียน

  1. ข้าวเหนียวทุเรียนใช้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวเหนียวเก่า จะได้ข้าวเหนียวมูนที่เรียงเม็ดสวย ขึ้นเงา ไม่เหลวหรือเละเกินไป ถ้าหากใช้ข้าวเหนียวใหม่หรือข้าวกลางปีบางทีอาจจะทำให้ข้าวเหนียวเละได้
  2. กะทิ ใช้กะทิคั้นใหม่ ๆ จะได้รสอร่อย หอม หวาน มันกว่าน้ำกะทิกล่อง หรือน้ำกะทิสำเร็จรูป
  3. ทุเรียน ใช้ทุเรียนสุกแต่ต้องไม่แก่ ถ้าทุเรียนแก่จะเหลวเละไปเลย ส่วนทุเรียนห่ามจะแข็งไม่อร่อย

     สำหรับขนมหวานข้าวเหนียวทุเรียนเป็นของหวานที่มีความหวานมากแล้วไม่เหมาะสมสำหรับคนที่เป็นโรคอ้วน เป็นโรคหัวใจและก็โรคเบาหวาน เพราะน้ำตาล ไขมัน คอเลสเตอรอลแต่ว่าการมีของกินอร่อยรับประทานเป็นอาหารตามฤดูต้องห้ามพลาด ข้าวเหนียวทุเรียน คนประเทศไทยหลายๆคน รอให้ถึงฤดูร้อนต้องการจะรับประทานทุเรียน

บทความก่อนหน้านี้ : ทุกคนก็ต่างเจอปัญหา แล้วคุณเจออะไรกันมาบ้าง

Related Post

เดาข้อสอบอย่างไรให้ได้คะแนนดีเดาข้อสอบอย่างไรให้ได้คะแนนดี



ในชีวิตของเด็กนักเรียนวัยเรียน และวัยทำงานบางคน ก็คงจะหลีกหนีการที่จะต้องสอบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบในชั้นเรียนปกติที่อาจแบ่งเป็น midterm final หรือจะเป็นการเตรียมสอบเพื่อเรียนต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง หรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่การจะสอบให้ได้คะแนนดีๆหรืออ่านหนังสืออย่างเต็มที่ บางทีก็ไม่มีเวลา อ่านไม่ทัน แล้วถ้าเกิดต้องสอบตอนนั้นจริงๆล่ะ ก็คงต้องใช้วีการเดาแล้ว วันนี้เราจึงมีบทความ เดาข้อสอบอย่างไรให้ได้คะแนนดี มาฝากกัน 1. เทคนิคการตัดช็อยส์ การตัดช้อยส์เป็นวิธีการเดาข้อสอบพื้นฐานที่ทุกๆคนคงใช้อยู่เสมอ โดยการเลือกช้อยส์หรือคำตอบที่ไม่ถูกต้องแน่ๆหรือไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน การตัดช้อยส์เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นที่จะเลือกคำตอบถูกเพิ่มขึ้นจาก 25% (ในกรณีที่เดา) เป็น 66% 50% หรือ 100% ได้ในกรณีที่สามารถตัดช้อยส์แล้วเหลือเพียงคำตอบเดียว 2.

ปัญหา

ทุกคนก็ต่างเจอปัญหา แล้วคุณเจออะไรกันมาบ้างทุกคนก็ต่างเจอปัญหา แล้วคุณเจออะไรกันมาบ้าง



ทุกคนก็ต่างเจอปัญหา แล้วคุณเจออะไรกันมาบ้าง      ทุกคนก็ต่างเจอปัญหา จะให้พูดว่าชีวิตนี้ไม่เคยพบเจอปัญหาเลย ชีวิตราบรื่นดีมีความสุข ก็ดูจะโกหกเกินไป เอาจริงๆนะเราทุกคนเจอปัญหากันมาตั้งแต่เด็กเลย ปัญหาตอนเด็กนั้นก็คงจะเป็นเรื่องกลัวโดนครูตีเพราะไม่ทำการบ้าน หรือฉี่แตกแล้วโดนเพื่อนล้อ ในตอนนั้นมันก็เป็นปัญหานะของเด็กวัยนี้      ถ้าโตขึ้นมาหน่อยเป็นวัยรุ่นปัญหาเรื่องความรักที่ยากจะเข้าใจ หรือจะเรื่องเพื่อนที่มักจะทะเลาะ และงอนใส่กันตลอดเวลา โตขึ้นมาหน่อยก็วัยผู้ใหญ่มักจะเป็นปัญหาพวกเรื่องงาน เงิน ครอบครัว แก่ขึ้นมาหน่อยก็วัยชราที่พ่วงมากับปัญหาสุขภาพ เห้ออ..จะวัยไหนก็หนีไม่พ้นปัญหาสินะ ก็เกิดมาเป็นคนแล้วนี่หว่า      มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องเจอไปแล้วอะ จริงมั้ย ในเมื่อจัดการกับปัญหาไม่ได้ก็จัดการกับตัวเองซะเลยสิ พูดมันอาจจะดูง่ายนะ แต่ถ้าให้ลองทำจริงๆ