Britney vs Spears

รีวิวหนัง Britney vs Spears นรกที่เรียกว่าพ่อ



Britney vs Spears

 Britney vs Spears นรกที่เรียกว่าพ่อ ในช่วงเวลาหลายปีปีที่ผ่านมา หลังจากที่แฟนคลับทั่วทุกมุมโลกมีการเคลื่อนไหวติดแฮชแท็ก #FreeBritney ในช่วงปีก่อน หลังจากการที่เธอได้ขึ้นศาลเพื่อยื่นถอดถอนพ่อของเธอเองออกจากบทบาทผู้พิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สิน ประกอบกับคลิปเสียงที่บริทนีย์ได้ให้ปากคำในชั้นศาล ว่าทำไมเธอถึงอยากจะออกจากการถูกควบคุมทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากขนาดนั้น จะมีความเป็นมายังไงมาอ่านรีวิวกัน

รีวิวหนัง Britney vs Spears นรกที่เรียกว่าพ่อ ตอนต้นเรื่อง

จากเรื่องราวต่าง ๆ ของ Britney vs Spears เป็นผลงานการกำกับของ ฮีริน รี คาร์ โดยก่อนหน้านี้เธอเคยกำกับ At the Heart of Gold: Inside the USA Gymnastics Scandal สารคดีตีแผ่วงการยิมนาสติกหญิงทีมชาติอเมริกาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างที่ฝึกฝน 

เทรนนิ่งก่อนลงแข่งจนกลายเป็นข่าวฉาวและมีการขึ้นโรงขึ้นศาล หรือสารคดี I Love You, Now Die: The Commonwealth v. Michelle Carter ที่บอกเล่าเรื่องราวของมิเชลล์ คาร์เตอร์อาชญากรสาวที่สามารถหลอกล่อหนุ่มๆให้ฆ่าตัวตาย ด้วยการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ

ให้พวกเขาเหล่านั้นตัดสินใจปลิดชีพตัวเองซะ! ยิ่งทำให้เห็นว่าถือคือตัวเลือกที่เหมาะสมในการจะนำเสนอคดีขึ้นโรงขึ้นศาลผ่านสารคดีให้มีความน่าสนใจและเร้าอารมณ์ แม้ว่าในช่วงเวลาที่สารคดี Britney vs Spears ปล่อยออกมาจะมีช่วงเวลา 1 วันก่อน

ที่การพิจารณาคดีว่าบริทนีย์ จะเป็นอิสระจากการถูกควบคุมหรือไม่ ซึ่งล่าสุดในวันที่ 30 กันยายน หลังจากมีการพิจารณาคดีและผลออกมาแล้วว่าเจมี่ สเปียร์ พ่อของบริทนีย์ต้องยุติบทบาทการดำรงบทบาทการเป็นผู้พิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สินเป็นที่เรียบร้อย

สรุป 

ถึงแม้ว่าเรื่องต่าง ๆ ในความเป็นจริงในโลกจะดูคลี่คลาย และ FC จากทั่วทุกมุมโลกจะพอใจแล้ว แต่การชมสารคดีชุดนี้ คือการขุดลงถึงเหตุและผลว่าทำไมคนที่เป็น “พ่อ” ผู้ควรจะมีหน้าที่ในการดูแลลูกและมอบความรัก ความเข้าใจ ถึงผันตัวเองให้กลายเป็นตัวร้ายให้หนังดราม่าระทึกขวัญ 

ที่ยิ่งสารคดีเริ่มเล่ามากขึ้นแค่ไหน ยิ่งค่อยๆเผยให้เราเห็นว่า การยึดเอาชีวิตของลูกสาวไปนั้น มีการทำเป็นขบวนการไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี บริษัทบอดี้การ์ดในการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการว่าจ้างทนายในการร่างสัญญาต่างๆ เพื่อพรากอิสรภาพของบริทนีย์ สเปียร์ไป 

ที่น่าสนใจมากๆคือ การที่บริทนีย์เคยถูกศาลสั่งว่าเธอเป็นผู้ไร้อำนาจในการตัดสินใจ และมีปัญหาเกี่ยวกับสมองรวมไปถึงสุขภาพจิต แต่ระหว่างทางที่กฎหมายนี้เริ่มใช้ กลับเป็นช่วงเวลาที่บริทนีย์กลับมาทำงานเพลง ออกอัลบั้ม รวมไปถึงทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก 

อย่างสุดความสามารถ โดยที่ในช่วงเวลาปี 2008-2019 แทบไม่เคยมีใครรู้เลยด้วยซ้ำไปว่า ป๊อปสตาร์คนนี้กำลังทุกข์ทรมานราวกับติดคุก และต้องฝืนแสร้งยิ้มมาตลอดเป็นเวลากว่าสิบปี สารคดี Britney vs Spears จึงเป็นการตีแผ่ความล้มเหลวของ Conservatorship ในอเมริกา โดยมีบริทนีย์ สเปียร์ เป็นตัวละครสำคัญที่กลายเป็นกรณีศึกษาที่จะสั่นสะเทือนวงการศาลไปตลอดกาล

รีวิวหนัง The Swarm หลั่งเลือดเลี้ยงตั๊กแตน

 

Related Post

He's All That

รีวิวหนัง He’s All Thatรีวิวหนัง He’s All That



He’s All That เด็กรุ่นใหม่ที่กรี๊ดและไตรภาค To All the Boys อาจจะเกิดไม่ทันหนังยุคปลาย 90 อย่าง She’s All That ที่จัดได้ว่าเป็นหนังรอมคอมที่ดังเป็นพลุแตก โดยเฉพาะเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง Kiss Me ของวง Sixpence None The Richer  ซึ่งดังข้ามกาลเวลามาถึงยุคปัจจุบัน ส่วนนักแสดงนำของเรื่องในยุคนั้นอย่างเฟรดดี้ พรินซ์ จูเนียร์ และเรเชล ลีห์ คุ๊ก

Netflix DEEP

รีวิวหนัง Netflix DEEP รวมพลคนไม่หลับไม่นอนรีวิวหนัง Netflix DEEP รวมพลคนไม่หลับไม่นอน



Netflix DEEP รวมพลคนไม่หลับไม่นอน ความน่าดึงดูดใจเป็นการเป็นภาพยนตร์ไทยในรอบยาวนานหลายปีที่ถือเอาข้อความสำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์มาผสมกับเรื่องราวตื่นเต้น แต่แปลงเป็นว่านักแสดงวัยรุ่นที่มีดีกรีถึงนักเรียนแพทย์หัวข้อนี้ทั้งยังสี่คนจะมิได้ยึดแนวความคิดด้านวิทยาศาสตร์ที่ขัดเกลาแล้วก็นำพาชีวิตเขาให้เข้ามาอยู่ในแผนกที่เล่าเรียนเล่าเรียนเกี่ยวกับ การใช้แนวทางเชิงเหตุและก็ผล เนื้อหาเรื่องราวของ Netflix DEEP รวมพลคนไม่หลับไม่นอน ปัญหาประการสำคัญเป็นผู้แสดงในเรื่องโจนสู่ค่าแรงงานก้อนโต แบบไม่สามารถทำให้ผู้ชมสามารถเชื่อถือได้เลยว่าพวกเขายังยึดโยงกับวิธีการเชิงวิทยาศาสตร์ ถึงแม้นักแสดงแต่ละตัวจะถูกปูมาให้มีภูมิหลัง อาทิเช่นนางเอกของเรื่องอย่างเจน (ห่วงใย-ขว้างณิสรา ริกุลสุรกาน)  มีภาระหน้าที่สำหรับในการจำเป็นต้องผ่อนบ้านก้อนโต ในขณะผู้แสดงที่เหลือ เช่น วิน (เค เลิศเลอสิทธิชัย), สิน (เฟิร์น-ศุภสตรี สุทธงดงามวงษ์) และก็ พีช (กิต-กฤตย์ จีรปรับปรุงนุสกุล) ก็มีความมุ่งมาดปรารถนาในชีวิตเป็นสินทรัพย์ตามประสาวัยรุ่นคร่ำครวญหา