Blog , ,

12 อาหารน้ำตาลน้อย ดีต่อสุขภาพ 

สำหรับประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีอาหารการกินเยอะมาก ทั้งขนม เครื่องดื่ม อาหาร จึงอาจส่งผลให้คนไทยนั้นมีน้ำหนักเกินดันเยอะได้ เพราะอาหารที่ดีต่อสุขภาพคนก็ไม่ค่อยจะเลือกทาน แต่ไปดลือกทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเสียมากกว่า แต่หากอยากมีสุขภาพที่ดี ก็ควรเลือกทานอาหารดีๆ วันนี้เราจึงมี 12 อาหารน้ำตาลน้อย ดีต่อสุขภาพ มาฝากทุกคนกัน

1.ขนมปังโฮลวีท
ดัชนีน้ำตาลในขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น อยู่ที่ 50-53% จัดว่าเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลน้อย แต่แนะนำให้ทานขนมปังเพียวๆ หรือทาเนยถั่วบางๆ เท่านั้น

2.ฝรั่ง
ดัชนีน้ำตาลที่อยู่ในฝรั่ง 1 ลูกอยู่ที่ประมาณ 17-34% เท่านั้น และยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และวิตามินซีสูงอีกด้วย

3.กล้วยน้ำว้าสุก
ดัชนีน้ำตาลที่อยู่ในกล้วยน้ำว้าสุก 1 ผลอยู่ที่ 36.8% เท่านั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังเป็นผลไม้ที่ช่วยแก้อาการท้องผูก ดูแลลำไส้และกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี

4.ส้มสายน้ำผึ้ง
ดัชนีน้ำตาลในส้มสายน้ำผึ้ง 1 ผลอยู่ที่ 44% อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบการทานของหวานมากๆ แต่ก็ควรทานเพียงวันละ 1 ผลเท่านั้น

5.สับปะรด
ดัชนีน้ำตาลในสับปะรดอยู่ที่ 45% แต่แนะนำให้สาวๆ ทานเพียงวันละ 6-8 ชิ้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป นอกจากนี้สับปะรดยังช่วยแก้อาการท้องผูกและย่อยอาหารได้ดี

6.แก้วมังกร
ดัชนีน้ำตาลในแก้วมังกร 1 อยู่ที่ประมาณ 37% เป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีแป้งอยู่ด้วย ดังนั้นแนะนำให้สาวๆ ทานวันละ 1 ผลกำลังดี

7.มะม่วงเขียวเสวยดิบ
ดัชนีน้ำตาลในมะม่วงเขียวเสวยดิบอยู่ที่ 26% แต่แนะนำให้ทานวันละครึ่งถึง 1 ลูกเท่านั้น เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีปริมาณแป้งอยู่มากพอสมควร หากทานมากไปอาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้น

8.โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
ดัชนีน้ำตาลในโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย ที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อผลไม้หรือธัญพืชใดๆ อยู่ที่ 14-33% ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สาวๆ ไม่ควรพลาด

9.นมเต็มไขมัน
ดัชนีนมเต็มไขมันหรือนมรสจืดที่มีไขมันประมาณ 1 กล่อง อยู่ที่ 39% ถือเป็นเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างมาก แถมยังมีปริมาณน้ำตาลต่ำอีกด้วย

10.น้ำส้มคั้นสด
ดัชนีน้ำส้มคั้นสด 1 ผล ซึ่งไม่มีการเติมน้ำตาลแต่อย่างใด อยู่ที่ราวๆ 50-53% จัดเป็นเครื่องดื่มที่ให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และได้รับวิตามินซีอย่างเต็มที่ แต่ก็ควรจำกัดปริมาณการดื่มด้วยเช่นกัน

11.เม็ดมะม่วงหิมพานต์
ดัชนีน้ำตาลในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 10-15 เม็ดอยู่ราวๆ 27-32% เท่านั้น แม้จะเป็นอาหารจำพวกถั่วที่มีไขมันอยู่พอสมควร แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มของว่างที่มีน้ำตาลต่ำ

12.ถั่วอบแห้ง
ดัชนีน้ำตาลในถั่วอบแห้งประมาณ 10-20 เม็ด อยู่ที่ 28-48% จัดว่าเป็นของว่างน้ำตาลต่ำที่น่าสนใจเลยทีเดียว แนะนำให้สาวๆ ทานถั่วหลากชนิด ทั้งถั่วพีแห้ง ถั่วพิสตาชิโอ และถั่วชนิดอื่นๆ

 

สำหรับ12 อาหารน้ำตาลน้อย ดีต่อสุขภาพ  ที่เราได้นำมาฝากนั้นบางอย่างก็เป็นอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากๆ หากตัวไหนเป็นสารอาหารที่จำเป็น เราก็ควรจะรับประทานให้ครบเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของเรานะ

สุขภาพ , ,

จมูกไม่ได้กลิ่น เกิดขึ้นได้อย่างไร

การรับรู้กลิ่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก หากจมูกไม่ได้กลิ่น อาจจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในด้านของสุนทรียภาพได้ เมื่อเราต้องพบประสบกับปัญหาจมูกไม่ได้กลิ่นนี้ อาจทำให้เราขาดความสุขในการรับกลิ่น การสัมผัสกับรสชาติอาหาร ทั้งยังขาดการรับรู้ถึงอันตรายต่าง ๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง อาทิ กลิ่นแก๊สรั่ว กลิ่นไฟไหม้ เป็นต้น 

อาการ จมูกไม่ได้กลิ่น จึงถือเป็นปัญหาสำคัญที่ควรรู้ เพราะปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน วันนี้เราจึงนำบทความ จมูกไม่ได้กลิ่น เกิดขึ้นได้อย่างไร มาฝากทุกคนกัน

สาเหตุของปัญหาจมูกไม่ได้กลิ่น 

  • การอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก โพรงไซนัส ทำให้กลิ่นขึ้นไม่ถึงปลายประสาทรับกลิ่น
  • เนื้องอกอุดกลั้น ทำให้กลิ่นขึ้นไม่ถึงปลายประสาทรับกลิ่น
  • อุบัติเหตุที่ศีรษะที่ทำให้ปลายประสาทอักเสบ บาดเจ็บ หรือฉีกขาด ส่งผลต่อการได้กลิ่นที่ลดลง หรืออาจไม่ได้กลิ่นเลย
  • การได้รับสารเคมีบางอย่างที่ทำลายการรับกลิ่น อาทิ การได้รับกลิ่นฟอร์มาลีนเป็นเวลานาน อาจทำให้ปลายประสาทอักเสบและตายลงบางส่วน ส่งผลให้การรับกลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่นเลย
  • ผิดปกติทางพันธุกรรม อาจไม่มีปลายประสาทรับกลิ่นหรือมีความผิดปกติที่ปลายประสาทรับกลิ่น
  • อายุที่เพิ่มขึ้นและโรคทางสมองบางชนิด

บริเวณที่ส่งผลต่อการรับกลิ่นในกรณีอุบัติเหตุที่ศีรษะ 

  • หน้าผาก
  • ท้ายทอย  

อาการที่พบมี 2 แบบ ได้แก่ แบบเฉียบพลัน มักเกิดจากอุบัติเหตุ บางรายเกิดทันทีหลังผ่าตัด และแบบเรื้อรัง มักเกิดจากการอักเสบที่เยื่อบุโพรงจมูก เนื้องอก การได้รับสารเคมี อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อาการค่อย ๆ ดำเนินไป

วิธีการรักษา

  • อาการที่สามารถรักษาได้ คือ เกิดจากการอักเสบ หวัด ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ เป็นต้น รวมถึงภาวะอุดกั้นที่สามารถเอาออกได้ เช่น เนื้องอก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาด้วย หากอุดกั้นเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ปลายประสาทไม่ทำงานเป็นเวลานานไปด้วย และอาจฟื้นตัวช้าหรือไม่สมบูรณ์
  • ไม่สามารถรักษาได้ คืออุบัติเหตุที่ทำให้เส้นประสาทฉีกขาดไป

การป้องกันอาการจมูกไม่ได้กลิ่น

  • ระวังอย่าให้เยื่อโพรงจมูกบวม หากเป็นหวัดหรือไซนัสอักเสบให้รีบรักษา
  • รักษาสุขภาพสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ศีรษะ

เมื่อเรารู้แล้วว่า จมูกไม่ได้กลิ่น เกิดขึ้นได้อย่างไร หากเราพบความผิดปกติอย่างรุนแรง เราก็ควรไปพบแพทย์โดยทันที ไม่ควรหาวิธีการทำอะไรต่างๆเอง ควรจะอยู่กับผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก

บทความทั่วไป , ,

เดาข้อสอบอย่างไรให้ได้คะแนนดี

ในชีวิตของเด็กนักเรียนวัยเรียน และวัยทำงานบางคน ก็คงจะหลีกหนีการที่จะต้องสอบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบในชั้นเรียนปกติที่อาจแบ่งเป็น midterm final หรือจะเป็นการเตรียมสอบเพื่อเรียนต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง หรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่การจะสอบให้ได้คะแนนดีๆหรืออ่านหนังสืออย่างเต็มที่ บางทีก็ไม่มีเวลา อ่านไม่ทัน แล้วถ้าเกิดต้องสอบตอนนั้นจริงๆล่ะ ก็คงต้องใช้วีการเดาแล้ว วันนี้เราจึงมีบทความ เดาข้อสอบอย่างไรให้ได้คะแนนดี มาฝากกัน

1. เทคนิคการตัดช็อยส์
การตัดช้อยส์เป็นวิธีการเดาข้อสอบพื้นฐานที่ทุกๆคนคงใช้อยู่เสมอ โดยการเลือกช้อยส์หรือคำตอบที่ไม่ถูกต้องแน่ๆหรือไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน การตัดช้อยส์เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นที่จะเลือกคำตอบถูกเพิ่มขึ้นจาก 25% (ในกรณีที่เดา) เป็น 66% 50% หรือ 100% ได้ในกรณีที่สามารถตัดช้อยส์แล้วเหลือเพียงคำตอบเดียว

2. ช้อยส์ที่มีความขัดแย้งกันเอง มักมีช้อยส์นึงที่ถูก
เมื่อต้องเจอโจทย์ที่ให้ช๊อยส์ที่มีความขัดแย้งกันเอง โดยทั่วไปมักจะมีข้อใดข้อนึงถูก เช่น น้องมั่นใจว่าคำตอบในโจทย์ข้อหนึ่งเป็นจำนวนเต็มแน่ๆ แล้วมีช้อยส์ 1) x เป็นจำนวนเต็มคู่ 2) x เป็นจำนวนเต็มคี่ คำตอบที่ถูกต้องมักจะเป็นช้อยส์ใดช้อยส์หนึ่งในสองช้อยส์นี้อย่างแน่นอน

3. การประมาณคำตอบ
การประมาณคำตอบเป็นเทคนิคที่มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ที่จะช่วยให้น้องๆสามารถตัดช้อยส์ในข้อสอบได้หลายข้อเลยทีเดียว เช่น โจทย์บอกว่า ผู้ชาย 3 คนสร้างบ้าน 3 หลังเสร็จในระยะเวลา 5 วัน ถามว่าผู้ชาย 2 คนสร้างบ้าน 4 หลังเสร็จในระยะเวลากี่วัน ในข้อนี้น้องๆสามารถประมาณได้เลยว่า คำตอบต้องไม่น้อยกว่า 5 วันแน่ๆเพราะ คนก็น้อยลง จำนวนบ้านที่ต้องสร้างก็เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะใช้เวลาลดลง

4. ช้อยส์ที่คำตอบเหมือนกัน จะไม่มีข้อใดถูก
ในการทำข้อสอบ ในบางครั้งช้อยส์ที่โจทย์ให้อาจมีความหมายเหมือนกันได้ ซึ่งหมายความว่าช้อยส์ทั้งสองช้อยส์นั้นเป็นช้อยส์หลอกนั่นเอง เช่น อาจเจอช้อยส์ที่ว่า 1) ช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว 2) ช่วยลดระยะเวลาในการทำให้ผ้าแห้ง ทั้งสองช้อยส์นี้มีความหมายเหมือนกันดังนั้นจึงสามารถตัดสองช้อยส์นี้ออกได้ทั้งคู่ (ช้อยส์นี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่าง ในโจทย์จริงช้อยส์จะมีความยากกว่านี้นะครับ)

5. ลองวาดรูป
เทคนิคนี้ใช้บ่อยในการทำโจทย์คณิตศาสตร์เรื่องภาคตัดกรวยและเรขาคณิตวิเคราะห์ และอาจนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่นๆก็ได้ เช่น โจทย์ให้หาจุดตัดของกราฟ y=-x+5 กับ y=x+3 จากการวาดกราฟคร่าวๆ ทำให้สามารถบอกได้ว่าจุดตัดอยู่ในจตุภาคที่ 1 ดังนั้นช้อยส์ที่คำตอบอยู่ในจตุภาคอื่นๆ ก็สามารถตัดออกไปได้

6. เลือกคำตอบที่ตอบมาน้อยที่สุด
ในการทำข้อสอบนั้น อาจข้ามข้อที่ยังไม่มั่นใจในคำตอบ หรือยังหาคำตอบไม่ได้ไปก่อนแล้วไปทำข้ออื่นๆที่สามารถทำได้ก่อน หลังจากนั้นให้กลับมาทำในข้อสอบที่ข้ามไป ถ้าหากทำไม่ได้แนะนำให้เลือกเดาคำตอบที่ตอบไปน้อยที่สุด เช่น ข้อสอบมี 100 ข้อ โดยส่วนใหญ่ผู้ออกข้อสอบมักจะพยายามเฉลี่ยคำตอบให้ตอบ ก ข ค ง พอๆกัน ดังนั้นคำตอบไหนที่ยังตอบไม่ถึง 25 ข้อ ก็ควรจะเดาคำตอบนั้น อย่างน้อยๆ ก็อาจดีกว่าการสุ่มเลยที่มีโอกาสถูกเพียงแค่ 25%

7. แทนค่าช้อยส์
การแทนค่ากลับมีประโยชน์อย่างมากในการทำข้อสอบ เพราะนอกจากจะช่วยเช็คคำตอบแล้ว ในบางครั้งอาจทำให้ได้คำตอบเร็วกว่าการคิดแบบตรงๆเลยละ แต่อย่าลืมพยายามตัดช้อยส์ก่อนนำช้อยส์ไปแทนค่าในโจทย์นะ จะช่วยให้การทำข้อสอบเร็วและแม่นยำขึ้นมากเลยละ

8. ใช้ข้อสอบข้ออื่นให้เป็นประโยชน์
ในการทำข้อสอบโดยเฉพาะข้อสอบยากๆ โจทย์อาจมีบทความสั้นๆมาเป็นข้อมูลให้ก่อนถามคำถามเกี่ยวกับบทความนั้นๆ ในบางครั้งบทความเหล่านี้นอกจากจะเป็นคำถามสำหรับเราแล้ว ยังเป็นข้อมูลที่ให้ความรู้สำหรับเราด้วยซึ่งอาจนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดช้อยส์ในข้อสอบข้ออื่นก็เป็นได้

9. เดาใจคนออกข้อสอบ
ในบางครั้ง ข้อสอบบางข้อนั้นอาจจะออกไม่ดีทำให้มีช้อยส์ที่กำกวมและอาจเป็นคำตอบได้หลายช้อยส์ ถ้าหากน้องๆตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง แนะนำให้เดาใจคนออกข้อสอบโดยการคิดว่า ถ้าหากคนออกข้อสอบต้องการให้ตอบคำตอบนี้ คำถามควรจะถามว่าอะไร แล้วคำตอบไหนที่คำถามที่คนออกควรจะถาม ตรงกับคำถามในโจทย์ ข้อนั้นแหละคือคำตอบ

เป็นอย่างไรบ้าง กับทความ เดาข้อสอบอย่างไรให้ได้คะแนนดี ที่เราได้นำมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน หลายเทคนิคอาจจำเป็นต้องนำไปประยุกต์ใช้ในการทำข้อสอบแต่ละชนิดต่อไป แต่อย่างไรก็ตามขยันอ่านหนังสือ เพื่อให้ทำข้อสอบได้คะแนนสูงๆ คงน่าภูมิใจกว่าการที่เดาข้อสอบเก่งจนได้คะแแนนสูงๆ หากต้องมีการสอบ ก็อย่าลืมเตรียมตัวกันให้ดีนะ

บทความทั่วไป , ,

5 ไม้มงคลช่วยเสริมดวงและฟอกอากาศ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลาย ๆ คนเริ่มปรับตัวเข้าสู่โหมดการทำงานที่บ้าน (Work From Home) กันมากขึ้น แน่นอนว่าการทำงานที่บ้านไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากจะต้องมีระเบียบวินัยให้กับตัวเองแล้ว บรรยากาศภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อการสร้างสมาธิไม่แพ้กัน ทั้งการตกแต่งที่จะช่วยจรรโลงใจ รวมไปถึงอากาศที่สดชื่นเป็นมิตรกับปอดด้วย  นอกจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่นควันและฝุ่น PM 2.5 ก็คอยกวนใจเราเสมอมา วิธีแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้มงคลที่ช่วยฟอกอากาศในตัว เรียกได้ว่าปลูก 1 ได้ถึง 2 เราจึงนำบทความ 5 ไม้มงคลช่วยเสริมดวงและฟอกอากาศ มาฝากกัน

1. กวักมรกต
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ากวักมรกต ปลูกแล้วจะเสริมเรื่องโชคลาภ และความโชคดี ช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา นิยมปลูกไว้ในบ้าน เป็นพืชที่กักเก็บน้ำได้เป็นจำนวนมาก ทำให้มีความชุ่มชื้นอยู่ภายใน สามารถดูดซับสารพิษ และช่วยฟอกอากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

2. ว่านหางจระเข้
หนึ่งในต้นไม้มงคลที่มีสรรพคุณครอบจักรวาล โดยวุ้นของว่านหางจระเข้ สามารถใช้เป็นยาฆ่าเชื้อได้ ช่วยสมานแผล และกระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น มักนำมาใช้กับการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เพื่อลดอาการอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง โบราณเชื่อว่าถ้าปลูกว่านหางจระเข้จนออกดอก จะนำโชคลาภและเงินทองเข้ามา

3. เดหลี
จัดว่าเป็นไม้มงคลยอดนิยม มีใบสีขาวที่สวยงาม คายความชื้นได้ดี นิยมนำมาประดับห้องหรือวางไว้ข้างหัวเตียง สามารถดูดซับสารพิษภายในห้องได้เกือบทุกชนิด แถมส่งเสริมเรื่องอายุมั่นขวัญยืน และนำโชคลาภมาสู่ผู้ที่ปลูกอีกด้วย แต่ข้อเสียคือละอองเกสรจะเยอะนิดนึง คนที่ไม่ชอบกลิ่นหรือแพ้เกสรดอกไม้ควรหลีกเลี่ยง

4. พลูด่าง
ถือเป็นไม้เลื้อยโตไวที่ปลูกและดูแลได้ง่ายมาก จะปลูกในกระถางก็ได้ จะแช่น้ำใส่แจกันก็ดี วางไว้บนโต๊ะทำงานจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้รู้สึกสดชื่น สบายตา มีความเชื่อว่าถ้าปลูกพลูด่างแล้วบ้านจะอยู่เย็นเป็นสุข แถมช่วยดูดสารพิษที่มาพร้อมความชื้นจำพวกแอมโมเนียได้ดี และช่วยลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศได้ด้วย แต่แนะนำว่าถ้าจะปลูกไม่ควรซื้อเยอะ เพราะโตไวมากจริง ๆ

5. ลิ้นมังกร
โบราณเชื่อว่าถ้าปลูกต้นลิ้นมังกรในบ้านแล้วจะช่วยปัดเป่าภัยอันตรายรอบบ้านได้ สำหรับการดูแลก็ไม่ยาก เพราะต้นลิ้นมังกรทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ดี ไม่จำเป็นต้องรดน้ำเยอะ แค่ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ ส่วนสรรพคุณเรียกได้ว่ามีความพิเศษกว่าต้นไม้ชนิดอื่น โดยจะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน และคายก๊าซออกซิเจนในตอนกลางคืน ช่วยเสริมเรื่องการนอนหลับให้พร้อมสำหรับการตื่นมาทำงานที่บ้านในเช้าวันใหม่ได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 ไม้มงคลช่วยเสริมดวงและฟอกอากาศให้กับผู้ที่พักอาศัยแล้ว ยังช่วยให้สดชื่นอีกด้วย ใครที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ เพื่อให้เหมาะกับการทำงานที่บ้าน ความเป็นมงคลอาจนำมาซึ่งโชคลาภ 

บทความทั่วไป , ,

สัตว์เลี้ยงน่ารัก สัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่คนนิยมเลี้ยง

สัตว์เลี้ยงน่ารักนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตสำหรับมนุษย์เป็นอย่างมาก จริงๆ แล้วสัตว์เลี้ยงนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่สัตว์เลี้ยงน่ารักที่ยอดนิยมนั้นจะมีอยู่ไม่กี่ชนิด วันนี้เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของตัวสัตว์เลี้ยงน่ารักในแต่ละชนิด แต่ละสายพันธุ์ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการนำไปศึกษา ก่อนที่เราจะคิดที่จะเลี้ยงเจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักเหล่านี้จริงๆ จะได้รู้ว่านิสัยของสัตว์เลี้ยงจะเข้ากับเราได้หรือไม่ จะได้ลดการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงในยามที่เบื่อของมนุษย์ได้วิธีหนึ่ง ซึ่งเราไม่ต้องการอยากให้มันเกิดขึ้นกับสัตว์น้อยผู้น่ารักๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแน่ๆ

1. แมว CAT

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักไม่แพ้กับสุนัขเลย ส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าแมวพันธุ์อะไรก็จะมีนิสัยขี้อ้อน ขี้ประจบมากๆ จึงไม่แปลกสำหรับคนที่ชอบเลี้ยงแมวจะหลงรักเสมือนลูกในไส้ แมวก็มีหลากหลายสายพันธุ์ไม่ต่างไปจากสุนัข แมวจะมีพฤติกรรมต่างๆ มากมายที่คนเลี้ยงไม่ควรมองข้าม เช่น

  • หากกระโดดมานั่งที่ตักหรือหน้าตักของคุณ คือการบ่งบอกถึงการเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของอย่างหนึ่ง
  • หากส่งเสียงร้อง เหมียว เหมียวเบาๆ ทำหน้าตาหวานๆ อ้อนๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีของแมวเรียบร้อยที่อยากเรียกร้องความสนใสกับคุณ มักจะทำเวลาที่หิวอยากกินอาหารนั้นเอง
  • หากกัดบริเวณที่หน้าแข้งคุณเบาๆ เป็นการแสดงความรักของแมวที่อ้อนไม่ค่อยเก่งนั้นเอง
  • แมวที่ชอบนวดบริเวณต่างในร่างกายให้คุณ แมวพวกนี้จะเป็นแมวที่อยากเอาใจคุณโดยจะเป็นแมวที่มีไอคิวสูงอีกระดับหนึ่งมากกว่าแมวๆ ทั่วไป
  • แมวที่หอมแก้มคุณหรือจุ๊บปากคุณเวลาที่อุ้ม จะเป็นการแสดงถึงความรักของแมว หรือเป็นการบ่งบอกว่า ผมรักเจ้านายมากนะ
  • แมวที่ลูบหน้า แล้วส่งเสียงร้องเหมียวๆ เบาๆ เป็นการบอกรักคุณอย่างหนึ่งนั้นเอง
  • แมวที่เอาตัวมาถูที่ขาแรงๆ ถูไปถูมา ว่ากันว่าเป็นการบอกรักคุณ โดยแมวที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ได้จะเป็นแมวระดับหัวโจกชอบโวยวาย
  • กระโดดขึ้นที่หลังบ้าง ที่ตักบ้าง กระโดดไปมา ส่วนใหญ่จะเป็นนิสัยของแมวเด็กที่อยากเล่นกับคุณนั้นเอง
  • มาซุกตัวใกล้ๆ คุณเวลาที่คุณนอนหลับ อันนี้เป็นการแสดงออกถึงความรักต่อเจ้านายมากๆ และอยากอยู่ด้วยตลอดเวลา
  • แมวหาว ไม่ได้ง่วงนะแต่เป็นการแสดงถึงกำลังมีความสุขนั้นเอง

2. สุนัข DOG

สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงอันดับต้นๆ ที่มีความจงรักภักดีต่อเจ้าของหรือนายของมันมาก และในขนาดเดียวกันสุนัขจะมีนิสัยคล้ายคลึงกับเจ้าของของมันเอง 50% ส่วนอีก 50% ของสุนัขจะมีนิสัยตามสายพันธุ์ของตัวมันเอง ใครที่คิดจะเลี้ยงสุนัขควรศึกษาเรื่องสายพันธุ์ให้ดีเพราะถ้าหากเลี้ยงไม่ตรงกับลักษณะนิสัยของสุนัขในแต่ละพันธุ์แล้ว จะทำให้สุนัขตัวนั้นมีสภาพร่างกายและจิตใจที่ไม่ดี ส่วนใหญ่สุนัขที่ผู้คนนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อแก้เหงาบ้าง หรือบางคนก็เลี้ยงเพื่อมีไว้เฝ้าบ้าน คนที่คิดอยากจะเลี้ยงสุนัขควรคิดให้ดีๆ ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเลี้ยงไม่ใช้เลี้ยงเพื่อแก้เหงาพอเบื่อก็เอาไปปล่อยทิ้งไวที่อื่นๆ ไม่รักก็อย่าเลี้ยง ไม่มีเวลาให้ก็อย่าเลี้ยง ไม่ใส่ใจก็อย่าเลี้ยง เราเป็นมนุษย์ยังมีความต้องการมากกว่า 3 อย่างนี้เลย เรายังต้องการความรัก เวลา การเอาใจใส่ และยังต้องการเงิน ทอง และอื่นๆ อีกมากมาย คงไม่มีมนุษย์คนไหนอยากอยู่แต่ในกรงเป็นแน่

3. ปลา fish

ปลาเป็นสัตว์เลี้ยงที่ช่วยส่งเสริมดวงบารมีได้ ในแต่ละสายพันธุ์ ยิ่งเป็นชาวจีนว่ากันว่าปลาออกเสียงคล้ายกับเลขแปด ซึ่งเลขแปดเป็นเลขที่ให้ความหมายดีในแต่ละเรื่อง ช่วยเสริมฮวงจุ้ยบ้าน ที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ปลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูสวยงามมองแล้วไม่น่าเบื่อ โดยการว่ายไปมาของปลาที่อยู่ในตู้ยิ่งดูก็ยิ่งเพลินสบายตาแขกคนไหนที่ได้เห็นเป็นต้องชอบ แต่การเลี้ยงปลาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องดูแลเอาใจใส่ให้มากๆ ยิ่งถ้าเลี้ยงโดยให้น้ำประปาด้วยแล้วละก็ยิ่งต้องใส่ใจให้ดี เพราะปลาที่เลี่ยงอาจจะตายได้ง่ายๆ หากน้ำที่เลี้ยงปลามีคลอรีนสูง ซึ่งผู้เลี้ยงจะต้องแก้ปัญหาโดยการพักน้ำประปาให้ค่าของคลอรีนอยู่ที่ก้นถังแล้วเอาน้ำส่วนบนไว้เลี้ยงปลา ใส่น้ำยาปรับน้ำเป็นประจำ เปิดออกซิเจนตลอดเวลา ใส่อาหารตรงเวลาและเหมาะสม เพียงเท่านี้คุณก็จะเป็นผู้เล่นที่ดีได้

4. นก Bird

นกเป็นสัตว์เลี้ยงที่ช่วยส่งเสริมดวงบารมีให้กับคนที่เลี้ยงได้ โดยจะมีความหมายแตกต่างออกไปตามสายพันธุ์ของนกนั้นเอง นกบางชนิดเลี้ยงเพื่อความสวยงาม นกบางชนิดเลี้ยงเพื่อที่จะต้องการได้ยินเสียงอันไพเราะของนก ไม่แปลกที่มีการแข่งขันประชันนกกันในหลายพื้นที่ นกบางชนิดเลียนเสียงมนุษย์ได้อีกด้วย

บนโลกใบนี้มีสัตว์เลี้ยงน่ารักมากมาย แต่สัตว์เลี้ยงที่คนไม่นิยมก็มีอีกมาก เพราะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย แต่การจะเลี้ยงสัตว์อะไรสักตัวเราก็ควรจะมีความรับผิดชอบ และมั่นใจว่าตัวเองนั้นจะสามารถรับผิดชอบชีวิตของเจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักของเราไปได้ตลอด จะไม่ทอดทิ้งเขาหลังจากที่รับเลี้ยงเขาแล้ว เพราะสัตว์เลี้ยงน่ารักนั้นก็เหมือนกับคนเหมือนกับมนุษย์อย่างเรา มีความรู้สึกเหมือนกัน การที่เราจะทำอะไรเราต้องคำนึงถึงจิตใจของเขาด้วย

บทความทั่วไป , ,

ปัญหาทั้งหลายที่คนโสดอาจจะต้องเจอ

การเป็นคนโสดน่าจะมีความสุข อยากทำอะไรก็ได้ทำ แต่เพราะความโสด อยู่คนเดียว จึงเกิดความเหงา หรือบางคนก็หา กิจกรรมมาทำแก้เหงา แต่กิจกรรมบางอย่าง อาจจะนำมาซึ่งปัญหาปวดหัวตามมา เรื่องนี้สำคัญมากที่จะต้องรู้ เพื่อจะได้เตรียม รับมือ ไม่เช่นนั้น การคนโสดก็จะไม่มีความสุขอย่างที่คิด เพราะบางคนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง จึงสร้างปัญหาอย่างมาก เพราะดันไปสร้างปัญหาไว้รอบด้าน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

การเป็นคนโสดจะมีความสุขอย่างแท้จริงถ้าเข้าใจชีวิตโสดอย่างแท้จริง และไม่สร้างพันธนาการมาผูกมัดเอาไว้ ทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็น ซึ่งมีหลายเรื่องที่จะต้องรู้และใช้สติพิจารณาให้รอบด้านก่อนจะติดสินใจ

การข้องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต คน สัตว์ พืช ต้นไม้
คน สัตว์ หรือแม้แต่พืช ต้นไม้ ล้วนมีชีวิตที่ยืนยาว และต้องการการดูแล หากเผลอไปยุ่งกับสิ่งเหล่านี้ ก็จะสร้างปัญหาตามมาอยางแน่นอน

สัตว์เลี้ยง
เมื่ออยู่คนเดียว บางคนก็หาสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อน แรกๆ ก็มีตัวเดียว แล้วก็เริ่มมากขึ้น บางคนทั้งหมา แมว นก ไก่ และสัตว์อื่นๆ อีกนานาชนิต เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จนไม่เป็นอันทำอะไร

จะไปไหนมาไหนก็ไปไม่ได้ เกิดความ ผูกพัน เป็นห่วง แต่เรื่องนี้หากทำแล้วมีความสุขก็ตามใจชอบ แต่หากรู้ไม่เท่าทันถึงผลที่จะตามมา ก็ต้องระวังให้ดี เพราะบางคน นั้นไม่ได้อยากมีสัตว์เลี้ยง แต่พรรคพวกเพื่อนฝูงเห็นว่าอยู่คนเดียวก็เลยเอามาให้เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา มีหมาเต็มบ้าน ก็ ต้องประกาศให้ชัดเจน อย่าเอาภาระมาให้ฉัน

พืช ต้นไม้
การมีต้นไม้ก็เป็นภาระเหมือนกัน ในหน้าร้อน หน้าหนาว จะสร้างปัญหาอย่างมากในเรื่องน้ำ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ นานาชนิดในกระถางด้วยแล้ว น้ำจะระเหย แห้งเร็วมาก ทำให้ต้นไม้เหี่ยวเฉา บางคนปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ไว้รอบบ้าน ปลูกเพื่อ ความสวยงาม ไม่ได้ปลูกไว้ขาย เน้นไว้เชยชม แต่ละวันเสียเวลาไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง กับการรดน้ำ นี่ยังไม่รวมถึงการดูแล ใส่ปุ่ย ปรับแต่ง สรุปแล้วก็ทำให้ชีวิตเสียเวลาไปทั้งวัน ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น จะไปไหนก็ไปไม่ได้ ห่วงต้นไม้ กลัวจะเหี่ยวเฉา กลัวต้นไม้จะตาย กลายเป็นภาระ ทำให้เกิดความทุกข์ใจ

ครอบครัว เพื่อนฝูง ผู้คนรอบตัว
คนโสดแทนที่จะมีความสุข อาจจะมีความทุกข์ หากคบหากับคนรอบตัวที่มีปัญหา สร้างปัญหา กลายเป็นภาระให้ตัวเองต้องไป ร่วมรับผิดชอบ เพราะบางคนนั้นจะมีนิสัยไม่รักตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง คบใครก็มักจะพยายามดึงคนนั้นมาช่วยเหลือตัวเอง แทนที่ จะพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง ผู้เขียนคบคนแบบนี้มาหลายคน จนต้องหนี บางคนมีบ้าน รถ ที่ดิน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และภาระ อีกมาก ทั้งๆ ที่เป็นคนโสดเหมือนกัน ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาเพราะต้องไปร่วมรับผิดชอบ หรือช่วยเหลือ ภาระที่คนเหล่านั้นได้ สร้างขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วย

การเข้าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ไม่เพียงสร้างปัญหาขณะคบกัน แต่การเลิกคบก็ยัง สร้างปัญหา เพราะบางคนจะเกิดความอาฆาตพยาบาท ทำไมทิ้งกู ไม่มาช่วยดูแลบ้าน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้

ซึ่งตัวเองเป็นคนสร้าง ปัญหาขึ้นมา และไม่ฟังเมื่อเตือนว่า อย่าทำ จะเป็นภาระ แต่พอมีปัญหาก็จะโดนตำหนิ ในสังคมคนสูงวัย สังคนคนขี้เหงา มีโอกาสเจอคนประเภทนี้ จึงต้องพิจารณาให้ดี ควรคบหากับคนประเภทเดียวกัน เข้าใจเรื่อง การใช้ชีวิตโสด จะไม่สร้างปัญหาพาตัวเองไปเดือดร้อน คนทุกคนบนโลกใบนี้มีหน้าที่อย่างแรกเลย ก็คือ การต้องดูแลตัวเอง ช่วย เหลือตัวเองได้ ถ้าเจอคนประเภทชอบเอาภาระของตนไปให้คนอื่นช่วยดูแล ก็ต้องหาทางหลีกเลี่ยง

บางคนอยู่คนเดียวก็จริง เป็นคนโสด แต่ก็ชอบสร้างนู่น ทำนี่ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ล้วนเป็นภาระที่ทำใหัตัวเองและคนรอบข้างที่ เข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องให้ความช่วยเหลือ เพราะคนเราเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว รู้จักกันแล้ว

โดยเฉพาะการคบกับเพื่อนต่างวัย อายุ มากกว่าตน บางทีก็อดช่วยเหลือไม่ได้ ก็ต้องช่วยกัน ซึ่งก็จะกลายเป็นปัญหาตามมา หากเป็นคนขี้เกรงใจคนอื่น ดังนั้น จง วิเคราะห์ให้ดี แล้วหาทางหลีกเลี่ยง ปัญหาของคนบางคนที่ชอบทำอะไรเกินกำลังของตน ก็ต้องปล่อยให้เจ้าตัวจัดการเอง เพราะ ยิ่งช่วย บางคนก็ยิ่งสร้างภาระเพิ่มขึ้นมาอีก

คนโสดต้องระวังการสร้างภาระเรื่องหนี้สิน
การซื้อรถยนต์ จักรยานยนต์
การซื้อหรือผ่อนรถยนต์ ซึ่งจะเป็นการผ่อนระยะยาว อาจทำให้เกิดปัญหาการเงิน เกิดความเครียดตามมา การเป็นคนโสดหาก ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ ก็อาจจะเลือกรถจักรยานยนต์คันเล็กๆ แทนรถใหญ่ ประหยัดเงินมากกว่า ดูแลง่ายกว่ารถยนต์อย่างมาก

รถยนต์นั้นจอดไว้ไม่ค่อยได้ขับไปไหนมาไหน ก็อาจสร้างปัญหาให้ทุกข์ใจ เพราะหนูอาจจะเข้าไปอยู่อาศัย ทำรัง นกก็ขี้ใส่ หาก ไม่มีบ้าน ต้องจอดตากแดด ตากฝน ก็จะทำให้ไม่สบายใจ และรถที่จอดบ่อยๆ จะไม่ดีต่อชิ้นส่วนบางอย่าง

นอกจากนี้ราคารถก็ ตกลงไปเรื่อยๆ ทำให้เงินหายไป อย่างซื้อรถใหม่ป้ายแดงราคา 1,000,000 บาท ในอีก 4-5 ปีข้างหน้าราคามักจะลดเหลือ ประมาณ 500,000 – 600,000 บาท และหลัง 15 ปีขึ้นไป ก็อาจจะเหลือไม่ถึงหนึ่งแสนบาท และหลัง 20 ปี ผ่านไปก็จะ เหลือประมาณ 50,000 บาท หรือน้อยกว่านี้ หรือไม่มีราคาเลย