เมื่อ “รัก” กลายเป็น “เกลียด




          ถ้าเรารักใครสักคนหนึ่ง เราต้องเปิดใจไว้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งคบกันไปแล้วมันไม่ใช่ ต้องพร้อมให้อีกฝ่ายเดินจากไปเสรี เพราะถ้าเรารักเขาจริงๆ  ใจของเราต้องกว้างพอที่จะให้คนที่เรารักมีชีวิตอย่างที่เขาต้องการ รักที่กลายเป็นเกลียด เพราะลึกๆ มีความโลภฝังอยู่พอเธอไม่อยู่ในโอวาทเรา เราก็เปลี่ยนความรักเป็นความโกรธ แรกๆ ก็เป็นความรัก แต่ต่อมาเป็นความโลภ กลายเป็นความโกรธ โกรธแล้วไปทำร้าย กลายเป็นความหลง รัก โลภ โกรธ หลงกิเลสชุดนี้มาพร้อมกัน

          หากมีคนมาหลงรักเราเป็นอย่างมาก แต่เรามีคนรักอยู่แล้ว แต่คนนั้นอยากได้เราไปครอบครอง และขู่ฆ่าตัวตายถ้าเราตัดสัมพันธ์กับเขา เราจะมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรดี.

          สมมุติว่าเราสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง เป็นบ้านที่สวยงามมากและเราก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้กับสมาชิกครอบครัวอีกหลายคนอย่างมีความสุข แต่อยู่มาวันหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านมาแถวนั้นแล้วเห็นว่าบ้านเราสวยมาก จึงอยากจะเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย แต่พอเจ้าของบ้านไม่ยอม นักท่องเที่ยวคนนั้นก็ประกาศว่า ถ้าไม่ยอมให้เขาเข้าไปอยู่ในบ้าน เขาจะฆ่าตัวตาย เจ้าของบ้านกลัวเขาจะฆ่าตัวตายจึงรับนักท่องเที่ยวคนนั้นมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านด้วยทั้งๆที่ไม่รู้จักมักคุ้น ไม่มีความผูกพัน ไม่มีความเต็มใจ ไม่มีความสุขมีเพียงอย่างเดียวคือไม่อยากให้เขาต้องตาย เพราะบ้านของตนเองเป็นเหตุ กับอีกกรณีหนึ่ง เจ้าของบ้านตัดสินใจเด็ดขาดว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของตน คนอื่นจะมาตู่เพื่อเข้ามาอยู่ง่ายๆ ได้อย่างไร แม้ว่าเขายื่นข้อเสนอว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าของบ้านก็ยืนกรานว่า นี่เป็นบ้านของตน ตนมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะให้ใครอยู่หรือไม่ให้ใครอยู่ในบ้านหลังนี้ก็ได้ทั้งนั้น ใครจะตายหรือไม่ตายเขาไม่รับรู้ด้วย เพราะเขาสร้างบ้านขึ้นมาเพื่ออยู่เอง ไม่ใช่เพื่อใครมายื่นเงื่อนไขว่าจะตายหรือจะอยู่เพราะบ้านหลังนี้ บ้านของเขาเป็นสมบัติส่วนตัว ไม่ใช่สมบัติสาธาราณะที่ใครจะมาอ้างสิทธิ์เพื่อครอบครองกันอย่างง่ายๆ ดังนั้น เจ้าของบ้านในกรณีที่สองจึงยืนหยัดหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้ใครมาตั้งเงื่อนไขกับตน แม้อ้างอันตรายถึงชีวิตก็ตามในกรณีตัวอย่างที่กล่าวมานี้ การตัดสินใจของเจ้าของบ้านคนไหนจะมีความชอบธรรมมากกว่ากัน ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ การตัดสินใจในแบบที่สอง เพราะบ้านของเราเราย่อมมีสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ใครก็ได้ทั้งนั้นที่เรา ยินยอม ให้เขามาอาศัยอยู่ด้วยส่วนคนที่เราไม่ยินยอมจะให้เขาเข้ามาอยู่ในฐานะอะไร วึ่งถ้าใครยอมก็คงประหลาด ถ้าคุณตามใจคนที่มารักคุณ คนที่มารักคุณเขาก็สมหวัง แต่คุณคงผิดหวังและมีปัญหาเพิ่มเติมมาเป็นของแถม ถ้าคุณไม่ตามใจคนที่มารักคุณ เธอ/เขา ก็ผิดหวัง ซึ่งเป็นเรื่องน่าผิดหวังมากที่เมื่อเรารักเขาแต่เขาไม่ได้รักเราตอบก็ควรเดินกันไปคนละเส้นทาง แต่คุณยังคงสมหวังกับความรักที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว  ชีวิตเป็นของเรา เราควรสิทธิ์ในการออกแบบชีวิตของเราแล้วก็ปล่อยให้เขาริบเอา อิสรภาพ ในการใช้ชีวิตนั้นไปจากเราตลอดชีวิต

          ส่วนคนที่ไปรักคนอื่นแล้วคนอื่นเขาไม่รักก็ควรจะทำใจให้กว้างว่า ความรักนั้นเป็นเรื่องที่คนต้องเห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่เรื่องที่จะมาต่อรองกันด้วยเล่ห์เพทุบายเหมือนต่อรองราคากับแม่ค้าแม่ขายในตลาด ความรักไม่ใช่เรื่องของการวางเงื่อนไขอีกฝ่ายหนึ่งทำตามใจตนฝ่ายเดียว พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความหลง เป็นความเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตนเป็นศูนย์กลาง จึงไม่คำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง ความรักที่แท้นั้นต้องลองอยู่เหนือความเห็นแก่ตัว ต้องไม่กลัวที่คนอื่นเขาจะไม่รักตน แต่ขอแค่ได้เป็นคนที่รักคนอื่นอย่างซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองก็น่าจะใช้ได้แล้ว ความรักที่มาพร้อมกับการวางเงื่อนไขข่มขู่นั้นเป็นความรักในลักษณะจับเอาตัวคนรักมาเป็นตัวประกัน เชื่อเถอะว่า ต่อให้ได้คนที่คุณรักมาครอบครอง แต่เมื่อเขาไม่รักมาแต่ต้น สิ่งที่คุณนั้นได้มาก็คือกาย ไม่ใช่ใจ ความสมหวังนั้นก็เป็นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น ความรักแท้นั้นวัดกันที่ใจสองดวงที่เต้นอยู่ในทรวงเดียวกันเสียแล้ว ขืนพยายามไปก็เป็นความเหนื่อยเปล่า ปล่อยวางเสียยังจะดีกว่าพยายามทำในสิ่งซึ่งฝืนความจริง เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้กันคนละไม่กี่ปี เลือกทำในสิ่งที่มีความเป็นไปได้และไม่ทำให้ใครเขาเดือดร้อนดีกว่า

………………………………..