การเป็นคนโสดน่าจะมีความสุข อยากทำอะไรก็ได้ทำ แต่เพราะความโสด อยู่คนเดียว จึงเกิดความเหงา หรือบางคนก็หา กิจกรรมมาทำแก้เหงา แต่กิจกรรมบางอย่าง อาจจะนำมาซึ่งปัญหาปวดหัวตามมา เรื่องนี้สำคัญมากที่จะต้องรู้ เพื่อจะได้เตรียม รับมือ ไม่เช่นนั้น การคนโสดก็จะไม่มีความสุขอย่างที่คิด เพราะบางคนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง จึงสร้างปัญหาอย่างมาก เพราะดันไปสร้างปัญหาไว้รอบด้าน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

การเป็นคนโสดจะมีความสุขอย่างแท้จริงถ้าเข้าใจชีวิตโสดอย่างแท้จริง และไม่สร้างพันธนาการมาผูกมัดเอาไว้ ทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็น ซึ่งมีหลายเรื่องที่จะต้องรู้และใช้สติพิจารณาให้รอบด้านก่อนจะติดสินใจ

การข้องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต คน สัตว์ พืช ต้นไม้
คน สัตว์ หรือแม้แต่พืช ต้นไม้ ล้วนมีชีวิตที่ยืนยาว และต้องการการดูแล หากเผลอไปยุ่งกับสิ่งเหล่านี้ ก็จะสร้างปัญหาตามมาอยางแน่นอน

สัตว์เลี้ยง
เมื่ออยู่คนเดียว บางคนก็หาสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อน แรกๆ ก็มีตัวเดียว แล้วก็เริ่มมากขึ้น บางคนทั้งหมา แมว นก ไก่ และสัตว์อื่นๆ อีกนานาชนิต เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จนไม่เป็นอันทำอะไร

จะไปไหนมาไหนก็ไปไม่ได้ เกิดความ ผูกพัน เป็นห่วง แต่เรื่องนี้หากทำแล้วมีความสุขก็ตามใจชอบ แต่หากรู้ไม่เท่าทันถึงผลที่จะตามมา ก็ต้องระวังให้ดี เพราะบางคน นั้นไม่ได้อยากมีสัตว์เลี้ยง แต่พรรคพวกเพื่อนฝูงเห็นว่าอยู่คนเดียวก็เลยเอามาให้เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา มีหมาเต็มบ้าน ก็ ต้องประกาศให้ชัดเจน อย่าเอาภาระมาให้ฉัน

พืช ต้นไม้
การมีต้นไม้ก็เป็นภาระเหมือนกัน ในหน้าร้อน หน้าหนาว จะสร้างปัญหาอย่างมากในเรื่องน้ำ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ นานาชนิดในกระถางด้วยแล้ว น้ำจะระเหย แห้งเร็วมาก ทำให้ต้นไม้เหี่ยวเฉา บางคนปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ไว้รอบบ้าน ปลูกเพื่อ ความสวยงาม ไม่ได้ปลูกไว้ขาย เน้นไว้เชยชม แต่ละวันเสียเวลาไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง กับการรดน้ำ นี่ยังไม่รวมถึงการดูแล ใส่ปุ่ย ปรับแต่ง สรุปแล้วก็ทำให้ชีวิตเสียเวลาไปทั้งวัน ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น จะไปไหนก็ไปไม่ได้ ห่วงต้นไม้ กลัวจะเหี่ยวเฉา กลัวต้นไม้จะตาย กลายเป็นภาระ ทำให้เกิดความทุกข์ใจ

ครอบครัว เพื่อนฝูง ผู้คนรอบตัว
คนโสดแทนที่จะมีความสุข อาจจะมีความทุกข์ หากคบหากับคนรอบตัวที่มีปัญหา สร้างปัญหา กลายเป็นภาระให้ตัวเองต้องไป ร่วมรับผิดชอบ เพราะบางคนนั้นจะมีนิสัยไม่รักตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง คบใครก็มักจะพยายามดึงคนนั้นมาช่วยเหลือตัวเอง แทนที่ จะพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง ผู้เขียนคบคนแบบนี้มาหลายคน จนต้องหนี บางคนมีบ้าน รถ ที่ดิน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และภาระ อีกมาก ทั้งๆ ที่เป็นคนโสดเหมือนกัน ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาเพราะต้องไปร่วมรับผิดชอบ หรือช่วยเหลือ ภาระที่คนเหล่านั้นได้ สร้างขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วย

การเข้าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ไม่เพียงสร้างปัญหาขณะคบกัน แต่การเลิกคบก็ยัง สร้างปัญหา เพราะบางคนจะเกิดความอาฆาตพยาบาท ทำไมทิ้งกู ไม่มาช่วยดูแลบ้าน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้

ซึ่งตัวเองเป็นคนสร้าง ปัญหาขึ้นมา และไม่ฟังเมื่อเตือนว่า อย่าทำ จะเป็นภาระ แต่พอมีปัญหาก็จะโดนตำหนิ ในสังคมคนสูงวัย สังคนคนขี้เหงา มีโอกาสเจอคนประเภทนี้ จึงต้องพิจารณาให้ดี ควรคบหากับคนประเภทเดียวกัน เข้าใจเรื่อง การใช้ชีวิตโสด จะไม่สร้างปัญหาพาตัวเองไปเดือดร้อน คนทุกคนบนโลกใบนี้มีหน้าที่อย่างแรกเลย ก็คือ การต้องดูแลตัวเอง ช่วย เหลือตัวเองได้ ถ้าเจอคนประเภทชอบเอาภาระของตนไปให้คนอื่นช่วยดูแล ก็ต้องหาทางหลีกเลี่ยง

บางคนอยู่คนเดียวก็จริง เป็นคนโสด แต่ก็ชอบสร้างนู่น ทำนี่ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ล้วนเป็นภาระที่ทำใหัตัวเองและคนรอบข้างที่ เข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องให้ความช่วยเหลือ เพราะคนเราเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว รู้จักกันแล้ว

โดยเฉพาะการคบกับเพื่อนต่างวัย อายุ มากกว่าตน บางทีก็อดช่วยเหลือไม่ได้ ก็ต้องช่วยกัน ซึ่งก็จะกลายเป็นปัญหาตามมา หากเป็นคนขี้เกรงใจคนอื่น ดังนั้น จง วิเคราะห์ให้ดี แล้วหาทางหลีกเลี่ยง ปัญหาของคนบางคนที่ชอบทำอะไรเกินกำลังของตน ก็ต้องปล่อยให้เจ้าตัวจัดการเอง เพราะ ยิ่งช่วย บางคนก็ยิ่งสร้างภาระเพิ่มขึ้นมาอีก

คนโสดต้องระวังการสร้างภาระเรื่องหนี้สิน
การซื้อรถยนต์ จักรยานยนต์
การซื้อหรือผ่อนรถยนต์ ซึ่งจะเป็นการผ่อนระยะยาว อาจทำให้เกิดปัญหาการเงิน เกิดความเครียดตามมา การเป็นคนโสดหาก ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ ก็อาจจะเลือกรถจักรยานยนต์คันเล็กๆ แทนรถใหญ่ ประหยัดเงินมากกว่า ดูแลง่ายกว่ารถยนต์อย่างมาก

รถยนต์นั้นจอดไว้ไม่ค่อยได้ขับไปไหนมาไหน ก็อาจสร้างปัญหาให้ทุกข์ใจ เพราะหนูอาจจะเข้าไปอยู่อาศัย ทำรัง นกก็ขี้ใส่ หาก ไม่มีบ้าน ต้องจอดตากแดด ตากฝน ก็จะทำให้ไม่สบายใจ และรถที่จอดบ่อยๆ จะไม่ดีต่อชิ้นส่วนบางอย่าง

นอกจากนี้ราคารถก็ ตกลงไปเรื่อยๆ ทำให้เงินหายไป อย่างซื้อรถใหม่ป้ายแดงราคา 1,000,000 บาท ในอีก 4-5 ปีข้างหน้าราคามักจะลดเหลือ ประมาณ 500,000 – 600,000 บาท และหลัง 15 ปีขึ้นไป ก็อาจจะเหลือไม่ถึงหนึ่งแสนบาท และหลัง 20 ปี ผ่านไปก็จะ เหลือประมาณ 50,000 บาท หรือน้อยกว่านี้ หรือไม่มีราคาเลย