เรื่องสั้น  คนเหมือนกัน

มีชายตาบอด คนนึงชอบโดนคนแซว “ไงว่ะไอ่บอดวันนี้ไม่เท้ามาด้วย หรอว่ะฮาๆ”  นี่พวกมึงไม่รู้ไรไม้เท้าไอ่บอดเป็นไม้เท่าวิเศษล่องหนได้เว้ยฮาๆ พวกมึงก็ไปแซวมัน ……….หลายคำที่โดนด่าหลายคำโดนแซว ทำให้ผมชินแล้วครับ ถึงผมจะพิการทางสายตาแต่ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผมไม่สนใจคำพวกนั้นหรอกเขาอาจจะพูด เพราะสนุกปากเท่านั้น “เห้ยไอ้คิด มึงก็เดินผ่านให้ไอ่พวกพูดด่า พูดแซวมึงอยู่ได้ทุกวัน เสียงไอ้เต้ย ครับเพื่อนผมเองแต่มันตาดีนะครับไม่ได้ตาบอด้หมือนผม “ช่างแม่งเถอะกูไม่ได้สนใจอะไร  “หึ เออๆไปกูหิวละ” เสียงไอ้เต้ยพูด แล้วมันก็พาผมมานั่งกินข้าวร้านประจำก่อนไปทำงาน ผมกับมันทำงานด้วยกันที่ร้านเหล้าแถวนี้ ไอ้เต้ยมันเล่นกีต้าร์ส่วนผมร้องเพลงเป็นอาชีพเลี้ยงผมเอง ส่วนไอ้เต้ยเป็นแค่งานพาร์ทไทม์เท่านั้น กพอกินข้าวเสร็จไอ้เต้ยก็รับหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์พาผมไปร้านที่ร้องเพลง พอถึงเวลาพวกเราทั้งสองคนก็ขึ้นร้องเพลงเป็นแบบนี้ทุกวันตั้งแต่เริ่มทำงาน ผมกับมันสนิทกันมากไอ้เต้ยคอยปกป้องผมตลอด จนผมเกือบรู้สึกดีๆกับมันเข้าให้แต่ต้องเก็บไว้เจียมตัวว่าตัวเองเป็นผู้ชายและเป็นผู้ชายตาบอด พอเที่ยงคืนเราก็เลิกงานไอ้เต้ย จะขี่รถมอเตอร์ไซค์มาส่งผมที่หอพักก่อนกลับไป ”เดินดีๆละมึงกูกลับละ”  เออๆ กูเดินจนชินแล้วมึงอะขับกลับรถดีๆเถอะ” แล้วก็ร่ำลากันแล้วผมก็แยกเดินออกมาตามทางที่คุ้นชิน ผมเดินกำลังจะขึ้นห้อง ปึก ผมชนเข้ากับใครซักคนที่คาดว่าน่าจะสูงกว่าผมมาก “อ่าวน้องเดินชนกันแบบนี้ได้ไงครับ” ขอโทษครับพี่ ผมตาบอดมองไม่เห็นอย่าถือสาผมเลยนะครับ

 “นี่ตาบอดหรอว่ะ” ครับ “แต่หน้าตาดีนี่หว่าตัวก็เล็กผิวก็ขาวสนใจไปกับพี่ไหมล่ะ” “ไม่ครับ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย”

”ไม่ชอบผู้ชายงั้นหรอ  นั่นก็เรื่องของน้องไม่ใช่เรื่องของพี่ แต่พี่เสียเงินซื้อน้องไปแล้วยังไงน้องก็ต้องไปกลับพี่แล้วล่ะ” “พี่พูดเรื่องอะไรของพี่ ผมว่าพี่จำคนผิดแล้วล่ะ” “แล้วน้องชื่อคิดป่ะล่ะ พักหอนี้หรือเปล่า ที่สำคัญน้องเป็นเพื่อนไอ้เต้ยหรือเปล่า ไม่ใช่ก็ถือว่าพี่เข้าใจผิด” ทั้งหมดที่พูดมาคือ ผมไม่ได้เป็นแด็กขายนะ “ผมว่าพี่จำผิดแล้วผมขอตัว” “หึ โกหกเก่งนี่หว่า มานี่” ผมที่กำลังเดินเข้าหอพักก็โดนกระชากแขนอย่างแรง “กูขี่เกียจเล่นละครละ “ไอ้เต้ยมันขายมึงให้กับกู มึงรู้ไหมค่าตัวมึงเท่าไหร่กว่าไอ้เต้ยจะยอมขายมึงให้กูเนี่ยกูเสียไปเป็นหมื่นๆเพื่อแลกกับคนตาบอดแบบมึง ผมสะอึกเลยครับเต้ยเนี่ยนะจะขายผม  ไอ้เต้ยอยู่มันไม่ทำแบบนั้นกับผมหรอก  “กูว่าแล้วว่ามึงต้องไม่เชื่อกู งั้นฟังนี่” ผู้ชายคนนั้นเงียบไปซักพักเหมือนกำลังทำอะไรอยู่ก็มีเสียงไอ้เต้ยพูดขึ้นว่า โห่ พี่ถึงมันจะตาบอดแต่งรูปร่างหน้าตามันก็สวยกว่าเด็กพี่บางคนอีกนะ สองหมื่นขาดตัวพี่ไม่ให้ผมก็ไม่ขาย นี่ยังมีคนติดต่อผม คนจะซื้อมันตั้งเยอะมากมายเลยนะพี่ “แค่นี้ก็คงพอเนาะ  “ไปเราไปสนุกกันดีกว่า เสียงชายคนนั้นพูด หลังจากนั้น ผมต้องโดน ชายคนนั้นขืนใจ แน่ดีค่อยคุ้มกับเงินที่เสียไปหน่อย แต่กูมีข่าวดีจะบอกวันนี้เพื่อนกูมาด้วยมึงจะได้สนุกกับเพื่อนๆกูด้วยฮ่าๆ สมองผมแทบไม่รับรู้อะไรแล้ว ตอนนี้ผมไม่ต่างจากคนที่ล่องลอย ความน้อยใจไอ้เต้ยความคิดแค้นตัวเองที่เกิดมาตามองไม่เห็นแล้วไม่ได้เป็นคนเหมือนกันหรอ ความเสียใจมันกัดกินเข้ามาทำให้ไม่รับรู้อะไรอีก…………….

การที่ผมมองไม่เห็นทำให้ไม่มีใครเห็นใจผมงั้นหรอ การที่ผมมองไม่เห็นต้องมาเป็นเหยื่อของคนที่ผมรู้สึกดีด้วยแบบนี้หรอ